3 ปัจจัยหลัก ที่ทำ "กิเลนผยอง" พ่ายแพ้ 3 นัดติด
ผ่านโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 15 ความมันส์ก็ทวีคูณเพิ่มขึ้นเท่าตัว แต่ผลการแข่งขันของหลายทีมกลับพลิกความคาดหมาย จ่าฝูงอย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังจากผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ 16 ทีมสุดท้าย ฟอร์มก็ดิ่งลงอย่างน่าแปลกใจ ล่าสุดพ่ายแพ้ เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน (รวมทุกเกมการแข่งขัน) โดยนัดแรกบุกไปพ่ายคาชิม่า แอนท์เลอร์ส 1-2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และบุกไปพ่าย ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี 0-1 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา และล่าสุดเปิดบ้านพ่าย การท่าเรือ เอฟซี 2-3 ในศึกโตโยต้าไทยลีก 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงแม้หลายคนจะมองว่าฟอร์มตกเพราะการแข่งขันที่หนักหน่วงในช่วงหลังที่ผ่านมา แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาค้านในการแข่งขันที่พ่ายแพ้ในครั้งนี้ ทีมฟุตบอลไทยหลายทีมแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งแต่ละทีมก็ล้วนพยายามที่จะล้มเอสซีจี เมืองทองฯให้ได้ วันนี้มาดูเหตุผลหลักๆกันที่ทำให้ "กิเลนผยอง" ฟอร์มตก1.การแข่งขันต่อเนื่องหลายนัดติดต่อกัน
ตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2017 เป็นต้นมา เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้องเจอกับศึกหนักหลายเกมติด ทั้งศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก และนักเตะของทีมส่วนใหญ่ ก็เป็นนักเตะตัวหลักของทีมชาติไทย ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้ เรื่องสภาพร่างกายก็ต้องมีการล้ากันบ้างเป็นธรรมดา ทีมไหนที่เจอศึกหนักเช่นนี้ก็ต้องได้รับผลกระทบเป็นธรรมดา แต่ต้องชมกุนซือใหญ่ของทีม "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน ในทุกเกมที่พ่ายแพ้นั้น ไม่นำความอ่อนล้ามาอ้าง พร้อมเผยคำพูดทุกครั้งหลังการพ่ายแพ้ คือลูกทีมของตัวเองนั้นเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น หรือตัวเองจัดการทีมพลาดไป ทำให้พ่ายแพ้ในเกมนั้นๆ แต่ใครก็ตามที่ได้เจอเกมแบบกลางสัปดาห์ ปลายสัปดาห์แบบ "กิเลนผยอง" ก็คงต้องยอมรับ ว่านักเตะก็อาจจะพลาดไปบ้างเป็นธรรมดา การแข่งขันหลายนัดติดต่อกันนี้ ยังส่งผลต่อนักเตะอย่างแน่นอน ที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก แต่ละศึกระยะเวลาการพักก็อาจจะไม่เพียงพอ ทำให้นักเตะหลายคนไม่ฟิตและไม่พร้อมที่จะลงสนาม ซึ่ง "โค้ชแบน" เองนั้นต้องพาลูกทีมฝ่ามันไปให้ได้
2.นักเตะหลักหลายคนได้รับอาการบาดเจ็บ
จากการแข่งขัน ที่มีติดต่อกันหลายนัด ทั้งศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ศึกโตโยต้า ไทยลีก และ ทีมชาติไทยบางส่วนนั้นเอง ทำให้นักเตะของ "กิเลนผยอง" ไม่มีเวลาได้พัก หรือได้พักแค่ไม่กี่วัน ทำให้นักเตะบางคนไม่ฟิตและได้รับบาดเจ็บ หลังจากจบเกมการแข่งขันที่เอสซีจี เมืองทองฯเปิดบ้านพ่าย การท่าเรือ เอฟซีนั้น "โค้ชแบน" ก้ได้ออกมายอมรับว่าทีมเอสซีจี เมืองทองฯ นั้น ยังคงเล็กเกินไป ในการสู้ศึกแบบหนักหน่วงเช่นนี้ เป็นความผิดพลาดตั้งแต่การเลือกนักเตะตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมานั้น ทีมได้ส่งผู้เล่นที่เป็นนักเตะหลักลงอย่างต่อเนื่องไม่มีเวลาพัก อย่างกวินทร์,ธีราทร,ธีรศิลป์,ชนาธิป,เซลิโอ,อาโอยามะ ซึ่งอจะลงแข่งขันช่วยทีมตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลที่ผ่านมา นี่เป็นอีกประเด้นสำคัญที่ทีมต้องแก้ไขในเลกสอง ล่าสุดในทีมนั้นนักเตะหลายคนก็ได้รับอาการบาดเจ็บ อย่างตัวหลักที่เจ็บยาว ก็มี อยู่ 3 รายด้วยกัน คือ สารัช,อดิศักดิ์ และซิสโก้ นักเตะหลักที่เจ็บไปส่งผลต่อทีมอย่างแน่นอน เพราะตัวสำรองไม่มีใครที่สามารถมาแทนได้แบบ 100% เพราะฉะนั้น "โค้ชแบน" คงต้องหาลู่ทางในการทดแทนนักเตะที่บาดเจ็บและไม่ฟิตพอ จะได้มีผลกระทบกับทีมน้อย ไม่อย่างนั้นคงจะส่งผลระยะยาวต่อทีมอย่างแน่นอน
3.คู่ต่อสู้รู้ทางบอล
ทีมไหนที่สามารถล้ม "กิเลนผยอง" ได้นั้น ถือว่าเรียกความมั่นใจมาสู่ทีมได้พอสมควร โดยเฉพาะทีมรองจ่าฝูงที่รอความพ่ายแพ้ของ "กิเลนผยอง" อย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ สิงห์ เชียงรายฯ ที่ต้องการเอาชนะเอสซีจี เมืองทองฯ และก็คงรอลุ้นให้ "กิเลนผยอง" พลาดแต้มในแต่ละสัปดาห์ เพราะเกมการแข่งขันส์จะลุ้นกันมันส์ยิ่งขึ้นทวีคูณเท่าตัว ทีมของตัวเองก็จะจะได้ลุ้นแชมป์ขึ้นไปด้วย ยิ่งตอน "กิเลนผยอง" ฟอร์มกำลังร่วง ตอนนี้ทีมไหนก็ได้ใจ รอลุ้นกันมันส์ทุกเกม หลายทีมเล็กๆที่สามารถเจอะช่องโหว่ของ "กิเลนผยอง" คว้าชัยได้สำเร็จ หลังจากนี้ "โค้ชแบน" เองคงต้องแก้เกมใหม่ เพื่อพาทีมคว้าแชมป์ในเลกแรกให้ได้
มารอลุ้นกันในศึกโตโยต้า ไทยลีกอีก 2 นัดที่เหลือ ว่า "กิเลนผยอง" จะกลับมาผยองได้อีกครั้งหรือไม่ หรือจะเสียตำแหน่งจ่าฝูงให้กับคู่ต่อสู้ ต้องมารอลุ้นกัน
#Goblin


